ระบบโหราศาสตร์แบบฉิกเจิ้งสี่เอ๊อ 七政四餘
ระบบ ***七政四餘*** (จีนกลาง : Qizheng Siyu ; อ่านว่า 《ฉีเจิ้งซื่อหยวี่》หรือ ฉิกเจิ้งสี่เอ้อในสำเนียงจีนแต้จิ๋ว) หรือที่แปลว่า 《ดาวเจ็ดดวงและเศษสี่ส่วนเกิน》 เป็นระบบโหราศาสตร์ที่ใช้ในโหราศาสตร์จีน ซึ่งมีรากฐานมาจากโหราศาสตร์ภารตะ (Indian Astrology) และมีความคล้ายคลึงกับโหราศาสตร์ตะวันตกในบางแง่มุม แต่ก็มีความแตกต่างในรายละเอียดและวิธีการคำนวณ ส่วน ***ระบบนิรายนะวิธี ลาหิรี*** (Lahiri Ayanamsa) เป็นระบบที่ใช้ในโหราศาสตร์ภารตะ (Vedic Astrology) ซึ่งเป็นที่นิยมในประเทศไทย โดยเฉพาะในหมู่นักโหราศาสตร์ที่ใช้ปฏิทินแบบนิรายนะ (Sidereal Zodiac)
ต่อไปนี้ผมจะอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างทั้งสองระบบนี้ รวมไปถึงการเชื่อมโยงกับโหราศาสตร์ตะวันตก
---------------------------------------------------
☯️๑. ระบบฉิกเจิ้งสี่เอ้อ七政四餘 (Qizheng Siyu)☯️
***ความหมายและที่มา***
♦️ 七政 (ดาวเจ็ดดวง) หมายถึงดาวเคราะห์ ๗ ดวงที่ใช้ในการพยากรณ์ ได้แก่ ดวงอาทิตย์, ดวงจันทร์, ดาวพุธ, ดาวศุกร์, ดาวอังคาร, ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์
♦️ 四餘 (เศษสี่ส่วนเกิน) หมายถึงจุดสมมติหรือดาวเคราะห์ที่เพิ่มเข้ามา เช่น หัวมังกร (Rahu),หางมังกร (Ketu) ดาวยูเรนัส(พระมฤตยู) และดาวเนปจูนในบางระบบ
♦ ระบบนี้มีรากฐานจากโหราศาสตร์จีนโบราณ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากโหราศาสตร์ภารตะผ่านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในสมัยโบราณ โดยผสมผสานแนวคิดจากคัมภีร์พระเวท(โหราศาสตร์ภารตะ) และการคำนวณดาราศาสตร์
♦ มักใช้ในการพยากรณ์ดวงชะตา,การเลือกฤกษ์ยาม และการวิเคราะห์เหตุการณ์ความเป็นไปต่างๆที่สำคัญในชีวิต
***ลักษณะเด่น***
♦ มักจะใช้ระบบ ***Sidereal Zodiac*** (นิรายนะ) คล้ายกับโหราศาสตร์ภารตะ ซึ่งอิงตำแหน่งดาวจริงบนท้องฟ้าตามวิชาดาราศาสตร์โดยตรง โดยคำนึงถึงการเคลื่อนที่ของจุดวสันตวิษุวัต (Precession of the Equinoxes)
♦ เน้นการคำนวณตำแหน่งดาวใน ๑๒ ราศี และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างดาว (เช่น มุมสัมพันธ์หรือโยค)
♦รวมไปถึงการใช้จุดสมมติที่เกิดจากการคำนวณของคราสเงาจันทร์ เช่น พระราหู (จุดเหนือของวงโคจรจันทร์) และ พระเกตุ (จุดใต้ของวงโคจรจันทร์) ซึ่งคล้ายกับโหราศาสตร์ภารตะ
♦ อาจจะมีการใช้ดาวเคราะห์สมัยใหม่ เช่น ยูเรนัส(พระมฤตยู) เนปจูน และ พลูโต ในบางสำนัก ซึ่งแสดงถึงการผสมผสานกับโหราศาสตร์ตะวันตก
***ความเหมือนกับโหราศาสตร์ตะวันตก***
🔵 การใช้ดาวเคราะห์ ๗ ดวงหลัก (คล้ายกับโหราศาสตร์ตะวันตกแบบดั้งเดิมก่อนศตวรรษที่ ๑๘)
🟣 การแบ่งจักรราศีเป็น ๑๒ ส่วน และการให้ความสำคัญกับตำแหน่งดาวในเรือนชะตา
⚫ การพิจารณามุมสัมพันธ์ระหว่างดาว (Aspects) เช่น การโคจรที่ส่งผลต่อกันในลักษณะที่คล้ายกับโหราศาสตร์ตะวันตก
⚪ ในบางสำนักที่ทันสมัย อาจมีการรวมดาวเคราะห์สมัยใหม่ (พระมฤตยู,เนปจูน และ พลูโต) ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของโหราศาสตร์ตะวันตกยุคใหม่
***ความแตกต่างจากโหราศาสตร์ตะวันตก***
🔴 โหราศาสตร์ตะวันตกใช้ระบบ ***Tropical Zodiac*** (สายนะ) ซึ่งอิงจุดเริ่มต้นของราศีเมษจากจุดวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox) โดยไม่คำนึงถึงการเคลื่อนที่ของดาวฤกษ์ (Fixed Stars) ทำให้ตำแหน่งดาวในราศีแตกต่างจากระบบนิรายนะ
🟡 ฉิกเจิ้งสีเอ้อ (七政四餘) มีการผสมผสานแนวคิดจากลัทธิเต๋าและปรัชญาจีน เช่น การพิจารณาธาตุทั้งห้า 五行 (Five Elements) และความสมดุลของหยิน-หยาง ซึ่งไม่มีในโหราศาสตร์ตะวันตก
🟢 การคำนวณและการตีความอาจซับซ้อนกว่า โดยเน้นการวิเคราะห์ฤกษ์ยามและการเชื่อมโยงกับระบบปฏิทินจีน
--------------------------------------------------
🔯2. ระบบนิรายนะวิธี ลาหิรี (Lahiri Ayanamsa)🔯
***ความหมายและที่มาของระบบโหราศาสตร์นี้***
🟢 เป็นระบบที่ใช้ในโหราศาสตร์ภารตะ (Vedic Astrology) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยนักโหราศาสตร์ชาวอินเดียชื่อ **N.C. Lahiri** ในศตวรรษที่ 20
🔴 ***นิรายนะ*** (Sidereal Zodiac) หมายถึงการคำนวณตำแหน่งดาวโดยอิงจากตำแหน่งดาวฤกษ์จริงบนท้องฟ้า โดยคำนึงถึงการเคลื่อนที่ของจุดวสันตวิษุวัต (Precession of the Equinoxes)
🟤 **ลาหิรี** หมายถึงค่าอายนางศะ (Ayanamsa) ที่กำหนดโดย N.C. Lahiri ซึ่งเป็นการปรับตำแหน่งราศีให้สอดคล้องกับดาราศาสตร์สมัยใหม่ โดยค่าอายนางศะนี้ใช้เพื่อชดเชยความคลาดเคลื่อนระหว่างระบบนิรายนะและสายนะ
⚪ ในประเทศไทย ระบบนิรายนะวิธี : ลาหิรีนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในหมู่นักโหราศาสตร์ที่ใช้ปฏิทินของ ***อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร*** ซึ่งผสมผสานแนวคิดจากโหราศาสตร์ภารตะและโหราศาสตร์ไทย
***ลักษณะเด่น***
🔵 ใช้ดาวเคราะห์ ๙ ดวงในการพยากรณ์ (ดาวอาทิตย์, ดาวจันทร์,ดาวอังคาร,ดาวพุธ,ดาวพฤหัสบดี,ดาวศุกร์,ดาวเสาร์,พระราหู,พระเกตุ) และบางครั้งรวมดาวสมัยใหม่ เช่น ดาวเนปจูน,ดาวพลูโต และดาวแบคคัสในบางสำนักอีกด้วย
🟢 เน้นการคำนวณลัคนา (Ascendant) และตำแหน่งดาวใน ๑๒ ราศีและ ๑๒ ภพเรือนชะตา โดยใช้ค่าอายนางศะลาหิรีในการปรับตำแหน่งราศี
🔴 มีการใช้ระบบ ***นวางศ์จักร*** (Navamsa) และ ***ตรียางค์จักร*** (Decans) เพื่อวิเคราะห์ดวงชะตาในระดับที่เจาะลึกถึง “ปูมดวงที่แท้จริง” เพื่อนำมาพิจารณาคุณสมบัติของดาวแต่ละดวงว่า เป็นดาวที่มีคุณภาพอ่อนแอ เข้มแข็ง หรือ พิจารณาดาวในภพเรือนต่างๆว่า ดาวในนวางศ์จักร หรือ ตรียางศ์จักรนี้ มีคุณภาพดาวที่เป็นเกษตรเรือนแฝง เกษตรสลับเรือน เป็นต้น
⚫ ปฏิทินนิรายนะวิธีลาหิรีที่ใช้ในประเทศไทยมักแสดงรายละเอียด เช่น เวลาดาวย้ายราศี,ฤกษ์ยาม,ดิถีจันทร์ และสมผุสดาว (ตำแหน่งดาวต่างๆ) อย่างละเอียดถี่ถ้วน
❤️ การคำนวณลัคนาอาจแตกต่างกันไปตามวิธี เช่น การใช้ ***ลัคนาอันโตนาทีท้องถิ่น*** หรือ ***สมผุสอาทิตย์อุทัยจริง*** ซึ่งเป็นเทคนิคที่พัฒนาโดยนักโหราศาสตร์ไทย เช่น อ.พลูหลวง
***ความเหมือนกับโหราศาสตร์ตะวันตก***
♦ การใช้ดาวเคราะห์หลักและการแบ่งจักรราศีเป็น ๑๒ ส่วน
♦ การพิจารณาตำแหน่งดาวในเรือนชะตาและมุมสัมพันธ์ (โยค) ซึ่งคล้ายกับ Aspects ในโหราศาสตร์ตะวันตก
♦ ในสำนักอื่นๆ ที่เน้นวิชาโหราศาสตร์สมัยใหม่ อาจรวมดาวเนปจูน ดาวพลูโต และ ดาวแบคคัส ซึ่งเป็นลักษณะที่ยืมมาจากโหราศาสตร์ตะวันตก
***ความแตกต่างจากโหราศาสตร์ตะวันตก***
❤️ ใช้ระบบ **Sidereal Zodiac** แทน **Tropical Zodiac** ทำให้ตำแหน่งดาวในราศีอาจแตกต่างกันประมาณ 23-24 องศา เนื่องจากค่าอายนางศะ
❤️ เน้นการใช้จุดสมมติทางจันทรคติ เช่น พระราหูและเกตุ ซึ่งไม่มีในโหราศาสตร์ตะวันตกแบบดั้งเดิม
🔴 การตีความเน้นเกณฑ์โยคต่างๆ (Yogas) และระบบทศา (Dasha) เช่น วิมโสตตรีทศา ซึ่งเป็นการพยากรณ์ตามช่วงเวลาที่ดาวมีอิทธิพลต่อดวงชะตา ซึ่งไม่มีในโหราศาสตร์ตะวันตก ไทยเดิม เช่น การใช้เกษตรเรือนเดียวหรือเกษตรสลับเรือน ซึ่งพัฒนาโดยนักโหราศาสตร์ไทย เช่น อ.พลูหลวง
---------------------------------------------------
💟เปรียบเทียบฉิกเจิ้งสี่เอ้อ(七政四餘) กับ นิรายนะวิธี ลาหิรี💟
***ความเหมือน***
🔴 ทั้งสองระบบใช้ ***Sidereal Zodiac*** ซึ่งอิงตำแหน่งดาวฤกษ์จริงบนท้องฟ้า และคำนึงถึงการเคลื่อนที่ของจุดวสันตวิษุวัต
🟢 ใช้ดาวเคราะห์หลักๆ ๗ ดวง (ดาวอาทิตย์,ดาวจันทร์,ดาวอังคาร,ดาวพุธ,ดาวพฤหัสบดี,ดาวศุกร์,ดาวเสาร์) และจุดสมมติทางจันทรคติที่เกิดขึ้นจากคราวเงาจันทร์ เช่น พระราหูและพระเกตุ
🔵 มีการผสมผสานดาวเคราะห์สมัยใหม่ เช่น ดาวมฤตยู ,ดาวเนปจูน,ดาวพลูโต และ ดาวแบคคัส(ทรานส์พลูโต) ในบริบทของบางสำนัก โดยเฉพาะในระบบที่พัฒนาให้ทันสมัยกับโลกที่เน้นโลกาภิวัตน์เป็นหลัก
🟡 เน้นการวิเคราะห์ดวงชะตาโดยใช้ราศีและภพเรือนชะตา รวมถึงการคำนวณฤกษ์ยามต่างๆ เพื่อใช้ในการประกอบคำทำนายในประเด็นต่างๆ
***ความแตกต่างของที่มาและบริบทของวัฒนธรรม***
♦️ ฉิกเจิ้งสี่เอ้อ (七政四餘 )มีรากฐานจากโหราศาสตร์จีนและผสมผสานแนวคิดจากลัทธิเต๋าและศาสตร์ ๕ ธาตุ(五行)
♦ นิรายนะวิธีลาหิรี มีรากฐานจากโหราศาสตร์ภารตะและได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับดาราศาสตร์สมัยใหม่ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ผสมผสานกับโหราศาสตร์ไทยเดิม
***หลักการคำนวณของโหราศาสตร์ทั้งสองระบบ***
★ ฉิกเจิ้งสี่เอ้อ(七政四餘) อาจใช้ปฏิทินจีนและวิธีการคำนวณที่แตกต่างกัน โดยเน้นการพยากรณ์ตามปฏิทินจันทรคติและฤกษ์ยามแบบจีน
★ นิรายนะวิธี : ลาหิรี ใช้ค่าอายนางศะของลาหิรีในการปรับตำแหน่งราศีให้สอดคล้องกับดาราศาสตร์สมัยใหม่ และมักใช้ปฏิทินที่พัฒนาโดยนักโหราศาสตร์ไทย เช่น อ.เทพย์ สาริกบุตร
***การตีความ***
★ ฉิกเจิ้งสีเอ้อ(七政四餘) เน้นการพยากรณ์ที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาจีน เช่น ความสมดุลของหยิน-หยาง และการเลือกฤกษ์สำหรับเหตุการณ์สำคัญ
✨ นิรายนะวิธีลาหิรี เน้นการวิเคราะห์โยค (Yogas) และระบบทศา (Dasha) รวมถึงการใช้เกษตรเรือนเดียวหรือเกษตรสลับเรือน ซึ่งเป็นแนวคิดที่พัฒนาในประเทศไทย
---------------------------------------------------
🔶ความเหมือนและความแตกต่างกับโหราศาสตร์ตะวันตก☯️
***ความเหมือนของระบบราศีและความแตกต่าง***
♦️ ทั้งสามระบบ (ฉิกเจิ้งสี่เอ้อ,นิรายนะวิธีลาหิรี และโหราศาสตร์ตะวันตก) ใช้ดาวเคราะห์หลัก ๗ ดวง อาทิตย์ ถึง เสาร์ และแบ่งจักรราศีเป็น ๑๒ ส่วน
✨ มีการวิเคราะห์ตำแหน่งดาวในเรือนชะตาและมุมสัมพันธ์ระหว่างดาว
🟣 ในสำนักที่เน้นความทันสมัย ทั้งสามระบบอาจรวมดาวเคราะห์สมัยใหม่ เช่น พระมฤตยู(ยูเรนัส),เนปจูน,พลูโต และ ทรานส์พลูโต(แบคคัส)
⚫ โหราศาสตร์ตะวันตกใช้ระบบ ***Tropical Zodiac*** ซึ่งอิงจุดวสันตวิษุวัตและช่วงฤดูกาล
✨ ฉิกเจิ้งสีเอ้อ (七政四餘) และนิรายนะวิธีลาหิรีใช้ ***Sidereal Zodiac*** ซึ่งอิงตำแหน่งดาวฤกษ์จริง ทำให้ตำแหน่งดาวในราศีอาจแตกต่างกันประมาณ ๒๓-๒๔ องศาเศษ
***สิ่งที่ควรเน้นในระบบโหราศาสตร์แบบต่างๆ***
♠ โหราศาสตร์ตะวันตกเน้นการวิเคราะห์จิตวิทยาและบุคลิกภาพ (Psychological Astrology) ในยุคสมัยใหม่ รวมถึงการใช้ดาวเคราะห์สมัยใหม่และเทคนิคเช่น Astrocartography
♣ ฉิกเจิ้งสี่เอ้อ (七政四餘) เน้นการเลือกฤกษ์ยามและการพยากรณ์ที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาจีน
♦ นิรายนะวิธี : ลาหิรี เน้นการพยากรณ์ตามโยคและทศา รวมถึงการวิเคราะห์ดวงชะตาในระดับที่เจาะลึกลงไป เช่น นวางค์จักร
***จุดสมมติฐานในการพยากรณ์***
🟣 ฉิกเจิ้งสี่เอ้อ(七政四餘) และ ระบบนิรายนะวิธี : ลาหิรีใช้จุดสมมติตามคราสเงาจันทร์(จันทรคติ) เช่น พระราหูและพระเกตุ ซึ่งไม่มีในโหราศาสตร์ตะวันตกแบบดั้งเดิม
***บริบทเชิงวัฒนธรรม***
♦️โหราศาสตร์ตะวันตกมีรากฐานจากยุคเมโสโปเตเมียกรีก และ โรมัน
🟣 ฉิกเจิ้งสี่เอ๊อ(七政四餘) มีรากฐานจากปรัชญาจีนและโหราศาสตร์ภารตะ
✨ นิรายนะวิธีลาหิรี มีรากฐานจากโหราศาสตร์ภารตะและได้รับการปรับให้เข้ากับบริบทไทย
---------------------------------------------------
⚫สรุปสั้นๆง่ายๆ⚪
♠ ***七政四餘(ฉิกเจิ้งสี่เอ๊อ)*** เป็นระบบโหราศาสตร์จีนที่ใช้ Sidereal Zodiac และมีลักษณะผสมผสานระหว่างโหราศาสตร์ภารตะและปรัชญาจีน เน้นการเลือกฤกษ์ยามและการพยากรณ์โดยใช้ดาวเคราะห์ 7 ดวงและจุดสมมติ 4 จุด
❤️ ***นิรายนะวิธี ลาหิรี*** เป็นระบบโหราศาสตร์ภารตะที่ใช้ในประเทศไทย ใช้ Sidereal Zodiac และค่าอายนางศะของลาหิรีในการคำนวณตำแหน่งดาว เน้นการวิเคราะห์โยค, ทศา, และเกษตรเรือน
♠ ***โหราศาสตร์ตะวันตก*** ใช้ Tropical Zodiac และเน้นการวิเคราะห์จิตวิทยาและบุคลิกภาพในยุคสมัยใหม่ โดยอาจรวมดาวเคราะห์สมัยใหม่
♣ ทั้งสามระบบนี้มีความเหมือนกันในแง่การใช้ดาวเคราะห์หลักและการแบ่งจักรราศี แต่แตกต่างกันในระบบจักรราศี,วิธีการคำนวณ,และ บริบททางวัฒนธรรมด้วยนั่นเองแหละครับ