ลัคนาราศีและภพเรือนชะตา
#ลัคนาราศีและภพเรือนชะตา
เรื่องนี้ "ลัคนา" กับ "ราศี" คืออะไรนั้น ผมได้เคยเขียนบทความอธิบายเอาไว้แล้ว ถ้าหากท่านใดศึกษาโหราศาสตร์มาก่อน คงจะทราบเป็นอย่างดีแล้ว เนื่องจากเป็นเรื่องที่เบสิกพื้นฐาน
แต่มีหลายท่านที่ไม่ได้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์ เช่น ไปดูดวงมาแล้วเกิดความฉงนว่า "ลัคนา" กับ "ราศี" ต่างกันอย่างไร เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ทราบกัน เพื่อคลายความสงสัยครับ
#ถ้าให้ผมอธิบายง่ายๆ
"ลัคนา" คือ "จุดเกิด" หรือ จุด Type of Birth ณ ทารกร้องแว้แรก หายใจเข้าปอด กลายเป็นสภาพบุคคล ซึ่งเป็นการจุติบนโลกใบนี้แล้ว หรือจะเรียกว่า เป็นจุดที่ใช้แบ่งแย่งความเป็นตัวตนของเจ้าชะตาแต่ละบุคคลก็ได้ โดยจำแนกแยกกันออกไปตามเวลาตกฟาก หรือ วัน/เดือน/ปีเกิด เวลาเกิด จังหวัดที่เกิด ของแต่ละบุคคล
และถ้าหากว่า "ลัคนา" ไปสถิตอยู่ที่ราศีอะไร ในบรรดา 12 ราศี ตัวอย่างเช่น สถิตอยู่ในราศีเมษ ลักษณะเช่นนี้ เรียกว่า "ลัคนาราศีเมษ" อย่างนี้เป็นต้น
ส่วน "ราศี" อันนี้ คงจะทราบกันเป็นอย่างดีแล้ว เพราะในโหราศาสตร์ ระบบนิรายนะวิธี (ราศีจักรคงที่) อย่างที่ประเทศไทยเรา และประเทศเอเซียใช้กัน มีอยู่ทั้งหมด 12 ราศี โดยมีอาณาเขตของแต่ละราศี เท่ากับ 30 องศา ทั้งหมด
แตกต่างกับระบบสายนะวิธี (ราศีจักรเคลื่อนที่) แบบโหราศาสตร์สากล มีทั้งหมด 13 ราศี เพิ่มราศีคนแบกงู (Ophiuchus) มาอีก 1 ราศี และทุกราศีมีอาณาเขตไม่เท่ากัน
และคำว่า "นิรายนะ" ไม่ได้หมายถึง "ลาหิรี" ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คนเข้าใจผิดกันมาก เพราะแท้จริงแล้ว "นิรายนะ" เป็นชื่อระบบโหราศาสตร์แบบจักรราศีคงที่ ดังที่ผมได้กล่าวไปในข้างต้น ถึงแม้จะสมผุสดาวด้วยปฏิทินสุริยยาตร์ หรือภาษาโหรเรียกกันว่า "สายสุริยยาตร์" ก็เป็นโหราศาสตร์ ระบบนิรายนะเหมือนกัน
ส่วน "ลาหิรี" คือ ชื่อนักดาราศาสตร์ของอินเดีย ที่คิดค้นค่าอายนางศ์ครับ จึงเรียกว่า "ค่าอายนางศ์ของลาหิรี" ไม่ใช่ชื่อปฏิทินของลาหิรี ต้องเรียกว่า "ปฏิทินดาราศาสตร์ตัดค่าอายนางศ์ของลาหิรี" ถึงจะถูกต้อง แต่ในวงการโหร เรียกติดปากกันว่า "ปฏิทินลาหิรี" โดยการนำเอาค่าอายนางศ์มาหักลบกับตำแหน่งดาวทางดาราศาสตร์สากลระบบสายนะ ที่อิงตาม NASA เพื่อให้เป็นนิรายนะนั่นเองครับ
แต่ผมจะไม่ขอกล่าวอธิบายเพิ่มเติม ถึงวิธีการวางลัคนานะครับ เพราะมีทั้งวางลัคนาแบบอันโตนาทีสามัญ สมผุสดาวแบบสุริยยาตร์ หรือสมผุสดาวแบบดาราศาสตร์ และหรือวางลัคนาแบบเวลานักษัตร สมผุสดาวแบบดาราศาสตร์ หรือนักษัตร สมผุสดาวแบบสุริยยาตร์ก็ยังมี ไหนจะมีทั้งตัดเวลาท้องถิ่น ไม่ตัดท้องถิ่น สมผุสอาทิตย์อุทัย 06.00 น. หรือสมผุสอาทิตย์อุทัยจริง ฯลฯ และดวงบุคคลที่เกิดในต่างประเทศ ก็ยังมีอีกหลายวิธี
รวมความแล้ว มีมากกว่า 10 รูปแบบ เลยทีเดียว เอาเป็นว่าทุกวิธีการต่างถูกทั้งหมด แต่ผิดของผมเท่านั้นครับ เพราะผมวางลัคนาแบบอันโตนาทีสามัญ สมผุสดาวอาทิตย์อุทัยจริง ตัดเวลาท้องถิ่น และใช้ปฏิทินดาราศาสตร์ ตัดค่าอายนางศ์ลาหิรี ในการสมผุสตำแหน่งดาวพระเคราะห์
#ดังนั้น
เรื่องนี้จึงแล้วแต่ว่าใครจะยึดมั่นวิธีใด เพราะของผมก็ผิดกับของสายอื่นเขาเช่นเดียวกัน จึงเข้าหลักลางเนื้อชอบลางยา และแน่นอนครับว่า ถ้าหากวางลัคนาคนละแบบกัน เรื่องราวต้องออกมาหนังคนละม้วนเป็นของปกติธรรมดา และจะเหมือนกันมิได้เลย "การวางลัคน์" จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของปฏิทิน ที่ใช้ในการสมผุสตำแหน่งดาวด้วย
#เมื่อเราวางลัคนาไว้ที่ราศีใด
หรือลัคนากำเนิด สถิตราศีใด ก็จะขึ้นต้นภพเรือนชะตาที่ราศีนั้น มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 12 ภพเรือน (ทวาทศภพ)
ตัวอย่างเช่น มีลัคนากำเนิด สถิตราศีเมษ ก็จะเริ่มต้นภพเรือนที่ 1 ที่ราศีเมษ เวียนซ้ายไปตามลำดับ จนครบ 12 ภพราศี
หรือมีลัคนากำเนิด สถิตราศีพฤษภ ดังภาพประกอบตัวอย่าง ก็จะเริ่มต้นภพเรือนที่ 1 ที่ราศีพฤษภแทน เวียนซ้ายไปจนถึงราศีเมษ คือ ภพเรือนที่ 12 ตามลำดับ
#ต่อไปเป็นเรื่องความหมายของภพเรือนชะตาต่างๆ
และไม่ว่าจะเป็นโหราศาสตร์ไทย สากล ภารตะ มีความหมายที่ละม้ายคล้ายคลึงกัน พูดง่าย ๆ คือ ไม่ค่อยห่างกันเท่าใดครับ แต่ความหมายบางภพนั้น มีความหมายแตกต่างกันอยู่บ้าง แล้วแต่สายอีกด้วย
ถ้าให้อธิบายง่าย ๆ เรามองภพเรือน ให้เหมือนกับบ้านหนึ่งหลัง และมองดาวให้เหมือนกับคน อย่าไปมองว่าเป็นเทหวัตถุบนท้องฟ้า จะทำให้เข้าใจในหลักวิชาโหราศาสร์มากยิ่งขึ้น และเข้าใจดาว เพราะดาวคือคน
แต่ผมจะขอกล่าว ความหมายของภพเรือนต่าง ๆ ที่เป็นความหมายเฉพาะสายของผมเท่านั้น ให้ทราบกันดังนี้.-
1. ภพตนุ เรือนชะตาที่ 1
หมายถึง การเริ่มต้นของชีวิต ครรลองชีวิต ความเจริญวัย เรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเอง หรือสภาพของบุคคล สภาวะแวดล้อมรอบตัว รูปร่างลักษณะ ท่าทาง นิสัยใจคอ เป็นต้น
2. ภพกดุมภะ เรือนชะตาที่ 2
หมายถึง ทรัพย์สิน เงินทอง ความมั่งมึ หรือยากจน การแสวงหาเงิน หาทรัพย์ การตั้งตัว ตั้งหลักฐาน การลงทุนต่าง ๆ รายรับ-รายจ่ายทั่วไป เป็นต้น
และยังหมายถึง "ตัวนำ" หรือ "ข้างหน้า" ภาษาโหรเรียกว่า "ศูนห์พาหะ"
3. ภพสหัชชะ เรือนชะตาที่ 3
หมายถึง พรรคพวก เพื่อนฝูง การสังคม การคมนาคม การเดินทางใกล้ ๆ การเจรจาติดต่อสื่อสาร หมู่มิตรสหาย คอนเน็คชั่น คนที่รู้จักโดยทั่วไป จดหมาย การข่าว การประชาสัมพันธ์ และยังหมายถึง คนที่อายุน้อยกว่า น้องแท้ ๆ ที่เกิดท้องเดียวกัน หรือต่างมารดากัน เป็นต้น
4. ภพพันธุ เรือนชะตาที่ 4
หมายถึง หลักฐาน บ้าน ที่ดิน อสังหา ที่อยู่อาศัย สภาพความเป็นอยู่ ยวดยานพาหนะ คนในครอบครัว ญาติพี่น้องโดยรวมทั่วไป เผ่าพงศ์เหล่ากอ วงศ์ตระกูล ครอบครัวที่สร้างขึ้นใหม่ร่วมกับคู่ครอง และหมายถึง แม่ เป็นต้น
5. ภพปุตตะ เรือนชะตาที่ 5
หมายถึง บุตร บริวาร ลูกเด็กเล็กแดง สัตว์เลี้ยง เด็ก ๆ คนในปกครอง คนรับใช้ คนที่ต้องคอยดูแล สติปัญญาความรู้ การเรียน การสอบ การละเล่น ความสนุกสนานรื่นเริง การบันเทิงเริงรมย์ต่าง ๆ การพนัน ความรักในวัยเด็ก และสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ หรืออุบัติขึ้นใหม่ เป็นต้น
6. ภพอริ เรือนชะตาที่ 6
หมายถึง อุปสรรค ปัญหา ภาระ ความยุ่งยาก ศัตรู คู่ต่อสู้ หนี้สิน โรคภัยไข้เจ็บ สุขภาพ การให้เช่า ให้กู้ยืม เครดิต สินเชื่อ ประกัน อุบัติเหตุ ความชำรุดเสียหาย ดอกเบี้ย คอมมิชชั่น และผัวน้อย เมียเก็บ เป็นต้น
7. ภพปัตนิ เรือนชะตาที่ 7
หมายถึง คู่ครอง คู่ความ คู่กรณี พันธะการครองเรือนครองรัก บุคคลฝ่ายตรงข้าม หรือสิ่งที่อยู่ตรงข้าม สิ่งที่เป็นคู่กัน เกี่ยวเนื่องกัน เป็นต้น
8. ภพมรณะ เรือนชะตาที่ 8
หมายถึง การตาย การปล่อยวาง การละทิ้ง ความสูญสิ้น สูญเสีย สูญหาย มรดกพินัยกรรม การสืบทอด ความเปลี่ยนแปลง ความไม่แน่นอน การแพทย์ ธรรมะ และการกุศล เป็นต้น
9. ภพศุภะ เรือนชะตาที่ 9
หมายถึง ความสุข ความเจริญ ศีลธรรม คุณงามความดี ชื่อเสียง บุคคลที่เคารพนับถือ ผู้หลักผู้ใหญ่ที่อุปการะส่งเสริม การท่องเที่ยว กฎหมาย การศาสนา การโฆษณา การเดินทางไกลทั้งในและนอกประเทศ ต่างจังหวัด และการต่างประเทศ โดยเฉพาะ
10. ภพกัมมะ เรือนชะตาที่ 10
หมายถึง กิจการงาน การอาชีพ งานอดิเรก การกระทำต่าง ๆ และหมายถึง พ่อ เป็นต้น
11. ภพลาภะ เรือนชะตาที่ 11
หมายถึง โอกาส โชคลาภ ความสำเร็จ สิ่งที่คาดหวัง สิ่งที่ได้มาโดยง่าย การช่วยเหลือ ผู้อุปถัมภ์ คนที่อายุมากกว่า และพี่แท้ ๆ ที่เกิดท้องเดียวกันหรือต่างมารดากัน เป็นต้น
12. ภพวินาศะ เรือนชะตาที่ 12
หมายถึง เบื้องหลัง เรื่องลับ ๆ การปิดบังซ่อนเร้น สิ่งที่เก็บไว้ สิ่งที่ไม่แสดง ไม่เปิดเผย การจำกัดเฉพาะ จำกัดขอบเขต ความเหนี่ยวรั้ง หรือข้างหลัง เป็นต้น
ในทัศนะของผม ภพเรือนนี้ ไม่ได้หมายถึง "พังทะลาย" หรือ "วิบัติ" ในความหมายของ "วินาศสันตะโร" แต่อย่างใด และไม่ได้หมายถึง การต่างประเทศอีกด้วย เพราะการต่างประเทศ คือ ความหมายของภพเรือนศุภะเท่านั้น
และ "วินาศ" คือ ความห่างเหินในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นความห่างเหินในแบบที่มีเซฟโซน หรือไม่ค่อยได้ยุ่งเกี่ยวกัน ตัวใครตัวมัน
#นี่คือความหมายของภพเรือนชะตาทั้งหมด
ซึ่งผมได้แจงให้ทราบความหมายอย่างพอสังเขป และครอบคลุมความหมายหลัก ๆ เอาไว้แล้ว ถ้านอกหลักดังกล่าวนี้ อาจมีผิดพลาดได้ โปรดระวังการตีความนอกหลักไว้ด้วยครับ
และที่สำคัญ ความหมายของภพเรือนชะตาต่าง ๆ มีเอกลักษณ์เฉพาะ จะมีความหมายที่ซ้ำกันไม่ได้เลย
** ที่ทำเครื่องหมายกากบาท X เอาไว้ ดังในรูปตัวอย่าง คือ เรือนตัดทอน มีอยู่ด้วยกัน 3 เรือน คือ อริ มรณะ วินาศ เรียกว่า "ทุสถานภพ"
ปล. ผมหวังว่าบทความนี้จะพอเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่าน และไขข้อข้องใจในเชิงโหราให้แก่ท่านได้บ้าง ไม่มากก็น้อยครับ
"เรียนให้รู้ ดูให้จำ ทำให้จริง"
สวัสดีครับ.
......................................
Cr.ธนพงศ์ ศุภประเสริฐ (อ.ตากล)
อาจารย์ผู้สอนวิชาโหราศาสตร์ไทยชั้นสูง